Windows Vista ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ทำไมถูกลืม

Windows Vista ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ทำไมถูกลืม

กว่าจะมาถึง Windows Vista, Windows 7 และ Windows 8 นั้น ก่อนอื่นผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านได้รู้ก่อนว่าอดีตของ Windows คร่าวๆ นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

                แรกเริ่มเดิมที Windows 1.0 ได้ถูกเปิดตัวขึ้น ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 มีการทำงานแบบ 16 บิต วินโดวส์ 1.0 ยังไม่มีความสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการดอสแยกมาต่างหาก ซึ่งคำสั่งต่างๆ จะทำผ่านดอส ต่อมาก็มี Windows 2.0 และ Windows 2.1 ที่ต้องอาศัยดอสอยู่เช่นเดิม สามารถเปิดหลายโปรแกรมซ้อนกันได้ และมีโปรแกรม Word และ Excel และได้มีปุ่ม Minimize, Maximize และปุ่มลัดอื่นๆ ขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อมาก็มี Windows 3.0 และ Windows 3.1 ที่เริ่มมีการทำงานแบบ 32 บิต แต่ก็ยังอาศัยดอสอยู่เช่นเดิม มีโปรแกรมใหม่ที่ติดตั้งมาพร้อมวินโดวส์ คือ NotePad เกม Solitaire

Windows รุ่นที่ 1

Windows รุ่นที่ 2 (2.0 2.1)

Windows รุ่นที่ 3 (3.0 3.1)

                จนกระทั่ง Windows รุ่นที่ 4 ซึ่งอยู่ในชื่อ Windows 95 (4.0), Windows 98 (4.1) และ Windows Me (4.9) ซึ่ง Windows 95 เป็น Windows ที่มี Start Menu และอยู่จนกระทั่ง Windows 7 ซึ่งทั้ง Windows 95, Windows 98 และ Windows Me ทำงานที่ระบบ 32 บิตเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังรองรับระบบ 16 บิตอยู่ ซึ่งได้ปิดการทำงานของดอสไป แต่ก็ยังสามารถใช้งานในส่วนของดอสได้อยู่

Windows รุ่นที่ 4 (95 98 ME)

                จนกระทั่ง Windows รุ่นที่ 5 ซึ่งอยู่ในชื่อ Windows XP (5.0) ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จอันสูงสุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบันผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ผู้ใช้ส่วนมากก็ยังใช้กันอยู่ ซึ่งก็ได้มีการพัฒนา Windows XP SP1, Windows XP SP2 และ Windows XP SP3 ซึ่งในตัว SP2 และ SP3 สนับสนุนการใช้งานแบบ 64 บิต โดยไม่โครซอฟต์จะยุติ Windows XP ลงราวในปี 2557

Windows รุ่นที่ 5 (XP)

                Windows รุ่นที่ 6 หรือที่เรียกว่า Windows Vista ซึ่งมีความสามารถมากกว่า Windows XP หลายประการ เช่น ในการตัดต่อ การพัฒนาแอปพลิเคชัน, การแสดงผลกราฟิก ที่สามารถแสดงผลแบบโปร่งแสง สามารถมองฉากหลังของหน้าต่างที่กำลังเปิดอยู่ได้ ในมุมมองแบบโปร่งแสง ความสามารถในการค้นหา การพิมพ์ ฯลฯ แต่ Windows Vista กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควร สาเหตุหลักๆ ที่เป็นที่วิจารณ์ คือ ความต้องการขึ้นต่ำของระบบ ที่สูงกว่า Windows XP หลายเท่าตัว ดังตัวอย่างเปรียบเทียบในตาราง

ประเภทความต้องการ ความต้องการขั้นต่ำของ XP (SP3) ความต้องการขั้นต่ำของ Vista
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) 233 MHz 800 MHz
แรม (RAM) 64 MB 512 MB
เนื้อที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ 4.2 GB 15 GB
Optical Drive CD-ROM DVD-ROM

เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปในช่วงนั้น มีความสามารถไม่ถึง หรือ ถึงแต่เกินความต้องการมาเพียงเล็กน้อย ทำให้ Windows Vista เป็นระบบที่มีขนาดใหญ่มาก ทำให้เครื่องทำงานไม่มีประสิทธิภาพ หรือช้านั่นเอง

Windows รุ่นที่ 6 (Vista)

                     ต่อมา Windows รุ่นที่ 7 ทางไมโครซอฟต์คงคิดชื่อไม่ออก จึงหันกลับมาใช้ตัวเลขเหมือนเดิม เรียกกันว่า Windows 7 (วินโด้วเซเว่น) ซึ่งออกมาหลัง Windows Vista ไม่นานนัก ที่จริงแล้ว Windows 7 ใช้ทรัพยากรความต้องการขั้นต่ำมากกว่า Windows Vista เสียอีก ดังตาราง

ประเภทความต้องการ ความต้องการขั้นต่ำของ Vista ความต้องการขั้นต่ำของ Windows 7
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) 800 MHz 1 GHz
แรม (RAM) 512 MB 1 GB (x32) และ 2GB (x64)
เนื้อที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ 15 GB 20 GB
Optical Drive DVD-ROM DVD-ROM

แต่ทำไมทั้งๆ ที่ Windows 7 ใช้ความต้องการขั้นต่ำมากกว่า Windows Vista แต่ได้รับความนิยมมากกว่าและทำให้ Windows Vista ถูกลืม นั่นก็เพราะว่า ในช่วงเวลาที่มี Windows Vista ออกมา ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลายรายได้ทำการพัฒนาฮาร์ดแวร์ต่างๆ ขึ้น ทำให้ฮาร์ดแวร์มีความสามารถที่สูงขึ้นเพื่อรองรับ Windows Vista เมื่อฮาร์ดแวร์ต่างๆ พัฒนาจนล้ำหน้าความต้องการขั้นต่ำของ Windows Vista ไปแล้ว Windows 7 ก็ได้ออกมา ซึ่งใช้ความต้องการขั้นต่ำมากกว่า Windows Vista ไม่มากนัก ซึ่งในช่วงที่ Windows 7 ออกมา ความสามารถขั้นต่ำที่ Windows 7 ต้องการนั้นเรียกได้ว่าเหลือกินเหลือใช้ ทำให้ Windows 7 ไม่ถูกต่อต้านเหมือน Windows Vista นั่นเอง อีกทั้ง Windows 7 ได้มีการบริหารจัดการดี ทำงานมีประสิทธิภาพสูงกว่า Windows Vista ทำให้ปัจจุบัน มีผู้ใช้ Windows 7 มากกว่า Windows XP แต่แทบไม่มีใครหันกลับไปใช้ Windows Vista อีกเลย ประมาณว่าผู้ใช้ส่วนมากจะข้ามจาก Windows XP ไป Windows 7 เลย

Windows รุ่นที่ 7 (Windows 7)

                      ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2555 ทางไมโครซอฟต์ได้ประกาศเปิดตัววางขาย Windows รุ่นที่ 8 หรือ Windows 8 (วินโด้วส์เอ้ก) แต่คนไทยมักเรียกติดปากว่าวินโด้วส์แปด ซึ่ง Windows 7 คนไทยส่วนมากมักเรียว่าวินโด้วส์เซเว่น ซึ่ง Windows 8 ได้ตัดปุ่ม Start Menu ที่สั่งสมมานานตั้งแต่ Windows 95 ออกไปทำให้เป็นทีสะเทือนใจของผู้ใช้ไม่น้อยเลย แต่ด้วยความสามารถที่แปลกใหม่แทบจะทั้งหมด Windows 8 จึงกลายเป็นที่น่าสนใจในมาตรฐานเดียวกันระหว่าง PC กับ SmartPhone และ Tablet โดยรองรับจอระบบสัมผัสเต็มรูปแบบ แต่ด้วยความที่เปลี่ยนแปลงไปจาก Windows รุ่นก่อนหน้าทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้ใช้ส่วนมากยังใช้ Windows 7 กันมากที่สุด

Windows รุ่นที่ 8 (Windows 8)

ProgramsDD ผู้เขียนบทความ

ขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย

Advertisements